ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ ๔

วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๔๕ น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis (อองโคจีเนซิส)” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓) ชั้นปีที่ ๓ รุ่นที่ ๔ ภาคการศึกษาที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน โดยมีรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน, ดร.ฐากูร พานิช, นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์, ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ, พร้อมด้วย นายสยุมพร ลิ่มไทย รักษาการผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และคณาจารย์เฝ้ารับเสด็จและเข้าร่วมรับฟังการบรรยายกับนักศึกษาแพทย์ รวมจำนวน ๕๑ คน

สำหรับครั้งนี้ ทรงบรรยาย ถึงการรักษาโรคมะเร็งที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีทางชีวการแพทย์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะการรักษาแบบ “เซลล์บำบัด” หรือ Cell Therapy เช่น การนำเซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรมให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า CAR T-cell therapy ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในการรักษามะเร็งของระบบเลือดบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ดื้อต่อการรักษาในวิธีแบบมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะการอักเสบทั่วร่างกายจากภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึง มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง เนื่องจากกระบวนการผลิตเซลล์ต้องทำเฉพาะบุคคล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และต้องมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการรักษา คือ CRISPR/Cas9 (คริสเปอร์-แคสไนน์) เป็นเทคโนโลยีตัดต่อยีนที่สามารถแก้ไขสารพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำ มีศักยภาพในการพัฒนาแนวทางรักษามะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งที่ดื้อต่อการรักษา และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาร่วมกับเซลล์บำบัด เช่น การปรับแต่งยีนของ T-cell (ทีเซลล์) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งนี้ เทคโนโลยีนี้ ยังมีข้อจำกัด ด้านความแม่นยำในการตัดต่อยีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยีนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้ง ยังมีประเด็นด้านจริยธรรม โดยเฉพาะการตัดต่อยีนในตัวอ่อนหรือเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อรุ่นลูกหลานในอนาคต ดังนั้น แม้เทคโนโลยีทั้ง 2 แบบนี้ จะเป็นความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง แต่การนำมาใช้ยังต้องผ่านการวิจัยและประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย และลดความเสี่ยงในระยะยาว ซึ่งองค์ความรู้เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” หรือ oncogenesis ยังเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนายาแบบมุ่งเป้าที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อความผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามากยิ่งขึ้น

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ ๒๓ ของไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติต่อไป