โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเวทีเสวนาเจาะลึกนวัตกรรมพิชิตโรคอ้วน ชูโมเดลการดูแลรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวมเพื่อสุขภาพคนไทยที่ยั่งยืน

24 เมษายน 2569 กรุงเทพมหานคร – โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้าสานต่อพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการส่งเสริมสุขภาพภายใต้โครงการ “นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วน เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน – Innovative Obesity Care for Sustainable Health” ประจำปี 2569 โดยระดมทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาชีพเปิดเวทีเสวนา รณรงค์เผยแพร่องค์ความรู้ให้สังคมตระหนักถึงอันตรายของโรคอ้วนและเจาะลึกนวัตกรรมการรักษาโรคอ้วนแบบครบวงจร ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยา ไปจนถึงนวัตกรรมการผ่าตัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและลดความเสี่ยงกลุ่มโรค NCDs ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้เน้นย้ำว่า “โรคอ้วน” ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปร่าง แต่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยคลินิกโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม ได้ผนึกกำลังร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อตอกย้ำให้สังคมเห็นว่า การดูแลโรคอ้วนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการทั้งความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนโดย ชี้ “โรคอ้วน” คือโรคเรื้อรัง ต้องรักษาที่ต้นตอ โดย พญ.สิรี วงศ์รักมิตร และ พญ.วทันยา คุววัฒนานนท์ อายุรแพทย์โภชนศาสตร์คลินิก ได้ร่วมกันสร้างความเข้าใจใหม่ว่า โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรม ฮอร์โมน และพันธุกรรม ซึ่งหากลดน้ำหนักเองไม่ได้ผล การพบแพทย์ถือเป็นทางเลือกสำคัญในการวางแผนรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยมีทางเลือกตั้งแต่การปรับโภชนาการ การใช้ยาลดน้ำหนัก ไปจนถึงการผ่าตัดลดน้ำหนัก ด้าน พญ.ฝน แพกุล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป และศัลยศาสตร์ส่องกล้องขั้นสูงได้ให้ข้อมูลถึงนวัตกรรมการผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) ในปัจจุบันที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น ช่วยให้คนไข้ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์สามารถลดน้ำหนักและรักษาภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยเน้นย้ำถึงการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดอย่างถูกวิธีร่วมกับทีมแพทย์เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ถาวรและไม่เกิดโยโย่เอฟเฟกต์และเมื่อโรคอ้วนสัมพันธ์กับทุกระบบในร่างกายการดูแลแบบองค์รวมจึงครอบคลุมไปถึงการรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกัน ทีมแพทย์สหสาขาของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนของโรคอ้วนในแต่ละด้าน ดังนี้

ด้านระบบทางเดินอาหารและตับ: พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ อธิบายถึงความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับโรคอ้วนว่า ภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อตับเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะดื้ออินซูลินและโรคอ้วน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษาหรือปรับพฤติกรรม อาจลุกลามไปสู่ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง พังผืดในตับ ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับในอนาคตได้ การจัดการน้ำหนักตัวด้วยวิธีที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดไขมันส่วนเกินที่สะสมในเซลล์ตับและช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับให้กลับมาเป็นปกติ

ด้านระบบทางเดินหายใจ: พญ.พิมชนก พัฒนยินดี แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ชี้ให้เห็นอันตรายของโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ (OSA) ซึ่งมักพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เนื่องจากไขมันที่สะสมบริเวณรอบทางเดินหายใจส่วนต้นจะทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในขณะหลับ ซึ่งอันตรายของภาวะนี้มีมากกว่าแค่การนอนกรน

ด้านนรีเวช: พญ.กตัญญุตา นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพิ่มเติมว่า โรคอ้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้อัตราการผลิตและการเผาผลาญฮอร์โมนเพศผิดปกติไป โดยเฉพาะภาวะดื้ออินซูลินที่มักมาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อสุขภาพสตรีในหลายมิติ อาทิ ภาวะมีบุตรยากและถุงน้ำในรังไข่หลายใบ โดยโรคอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง และมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโรค PCOS ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และส่งผลให้โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวเด็กที่มากเกินไป หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอด

ด้านกระดูกและข้อ: นพ.ณัฐวุฒิ ชนะฤทธิชัย แพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ สาขาศัลยศาสตร์บูรณสภาพในข้อสะโพกและข้อเข่า อธิบายเพิ่มเติมว่า น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานส่งผลโดยตรงต่อการรับน้ำหนักของข้อต่อ โดยเฉพาะ ‘ข้อเข่า’ ทุกๆ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม จะส่งแรงกระแทกไปยังข้อเข่าเพิ่มขึ้นถึง 3-4 เท่าในขณะเดิน และแนะนำแนวทางการเคลื่อนไหวที่ปลอดภัยเพื่อถนอมข้อเข่าในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับ Mindset และโภชนาการ คือหัวใจสำคัญของการจัดการความอ้วนอย่างยั่งยืน โดยคุณกันต์ณัฐสุชา ทาเวียง นักกำหนดอาหาร และ คุณปุณยวีร์ บุญตาม นักจิตวิทยาคลินิก ได้ร่วมกันชี้แจงถึงบทบาทของการปรับพฤติกรรมการกินและการจัดการกับ “Emotional Eating” หรือการกินตามอารมณ์ โดยเน้นการปรับ Mindset เพื่อการลดน้ำหนักในระยะยาวมากกว่าการทำตามกระแสเพียงชั่วคราว พร้อมแชร์ประสบการณ์ตรงจากคุณยิป-พัชรดา ทองนาค (Miss Popular Vote Miss Tiffany’s Universe 2024) และ คุณกรรณิกา ใจหาญ ผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาจริง ซึ่งทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในชีวิตหลังได้รับความช่วยเหลือจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วนตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้อง ภายในงานยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด การตรวจองค์ประกอบร่างกาย และรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรง โดยมุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชน ให้เข้าใจว่าการรักษาโรคอ้วนต้องอาศัยการบูรณาการทั้งความรู้ทางการแพทย์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และตอกย้ำภารกิจของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการนำเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงมาใช้ดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเท่าเทียมตามพระปณิธาน

สำหรับคลินิกโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคอ้วนแบบครบวงจร (Comprehensive Bariatric Care) มุ่งเน้นการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคอ้วนไม่ได้ส่งผลกระทบแค่รูปร่าง แต่ยังสัมพันธ์กับโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ทางคลินิกจึงมีกระบวนการประเมินความพร้อมอย่างละเอียดก่อนการรักษาประกอบด้วย การวิเคราะห์พฤติกรรม: ซักประวัติการบริโภคอาหารอย่างละเอียด การวัดสัดส่วนและองค์ประกอบร่างกาย: วิเคราะห์ดัชนีมวลกาย (BMI) มวลกล้ามเนื้อ ปริมาณไขมันใต้ช่องท้อง และระบบเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ประเมินผลเลือดและสภาพร่างกายโดยรวมเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) มาทำงานร่วมกับศัลยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร หรือการผ่าตัดบายพาส ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วและลดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อดีที่เหนือกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ดังนี้:

  • ความแม่นยำระดับสูงสุด: แขนกลหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระและนิ่งกว่ามือมนุษย์ ช่วยให้เข้าถึงจุดที่ซับซ้อนในช่องท้องได้เป็นอย่างดี
  • ทัศนวิสัยคมชัด: ระบบกล้อง 3D ความละเอียดสูง ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในและเส้นเลือดได้อย่างชัดเจน
  • ลดภาวะแทรกซ้อน: เพิ่มความละเอียดในขั้นตอนการเย็บต่อกระเพาะและลำไส้ (Anastomosis) ลดความเสี่ยงการรั่วซึมของทางเดินอาหาร
  • เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว: แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก (Minimally Invasive) ช่วยลดการสูญเสียเลือด ผู้ป่วยจึงเจ็บแผลน้อยและสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายปรึกษาคลินิกโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ที่ชั้น 2 ศูนย์ศัลยกรรม อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน หรือสอบถามผ่านทางไลน์ศูนย์ศัลยกรรม>> https://lin.ee/GApvtyN

Chulabhorn Hospital, Chulabhorn Royal Academy, hosts a seminar on “Innovative Obesity Care for Sustainable Health” Highlighting a holistic obesity management model for the sustainable well-being of Thais.

April 24, 2026, Bangkok – Chulabhorn Hospital, Chulabhorn Royal Academy, continues the royal mission of Professor Dr. Her Royal Highness Princess Chulabhorn Krom Phra Srisavangavadhana, by organizing a public health service titled “Innovative Obesity Care for Sustainable Health 2026.” The event mobilized a multidisciplinary team of medical experts to raise social awareness about the dangers of obesity and provide deep insights into integrated treatments—ranging from lifestyle modification and medication to advanced surgical innovations. The goal is to improve the quality of life for Thai citizens and reduce the risks of Non-Communicable Diseases (NCDs). The seminar was held at the Convention Hall, 6th Floor, Chulabhorn Hospital, and presided over by Damrong Sukitpunyaroj M.D., Deputy Director of Chulabhorn Hospital.

Damrong M.D. emphasized: “In today’s world, obesity is no longer just about physical appearance; it is a critical public health crisis escalating both nationally and globally. It serves as the gateway to chronic NCDs such as diabetes, hypertension, and Cardiovascular disease, which significantly impact the population’s quality of life.”

The Obesity and Metabolism Clinic at Chulabhorn Hospital, in collaboration with a multidisciplinary team, stressed that obesity management requires more than individual effort. It necessitates the integration of medical knowledge, modern technology, and, most importantly, behavioral change.

Medical Perspectives: Treating the Root Cause

  • Medicine and Nutrition: Siree Wongrukmit M.D. and Watanya Kuwawattananont M.D., specialists in Clinical Nutrition, redefined obesity as a chronic disease caused by various factors, including behavior, hormones, and genetics. If self-managed weight loss fails, clinical intervention—ranging from personalized nutrition plans and weight-loss medication to surgery—is essential.
  • Surgical Innovation: Fon Pakul M.D., a specialist in General and Advanced Laparoscopic Surgery, provided insights into Bariatric Surgery. Modern techniques offer high safety standards, enabling patients to lose weight effectively and treat medical complications. She emphasized post-operative care to ensure long-term results and prevent the “yo-yo effect.”

Comprehensive Care Across All Systems

As obesity affects every system in the body, the hospital’s multidisciplinary team shared vital data on related complications:

  • Digestive System & Liver: Anya Kiattiweerasak M.D. (Gastroenterology) highlighted the dangers of Fatty Liver Disease, which is linked to insulin resistance. If left untreated, it can lead to chronic inflammation, cirrhosis, and liver cancer.
  • Respiratory System: Pimchanok Patanayindee M.D. (Pulmonology) warned of Obstructive Sleep Apnea (OSA), noting that excess fat around the airway can cause oxygen deprivation during sleep, which is more dangerous than simple snoring.
  • Gynecology: Katanyuta Nakpalat M.D. (Reproductive Medicine) explained how obesity disrupts hormones, leading to infertility, Polycystic Ovary Syndrome (PCOS), and gestational diabetes, affecting both mother and child.
  • Orthopedics: Nattawut Chanarittichai M.D. (Orthopedic Surgery) explained that for every 1 kg of excess weight, the impact on the knees increases by 3–4 times during walking.

Mindset and Real-Life Inspiration

Beyond medical treatment, Ms. Kannatsucha Thawiang (Dietitian) and Ms. Punyavee Boontam (Clinical Psychologist) discussed managing “Emotional Eating” and shifting mindsets for long-term success. The event featured testimonials from Ms. Phatcharada Thongnak (Miss Popular Vote, Miss Tiffany’s Universe 2024) and Ms. Kannika Jaiharn, a patient who shared her transformative journey under the care of the multidisciplinary team.

Robotic-Assisted Surgery: The Future of Obesity Treatment

The Obesity and Metabolism Clinic at Chulabhorn Hospital offers Comprehensive Bariatric Care using Robotic-Assisted Surgery to enhance precision in gastric sleeve or bypass procedures. Key benefits include:

  1. Ultimate Precision: Robotic arms provide a greater range of motion and stability than human hands.
  2. HD Visualization: A 3D high-definition camera system allows surgeons to see internal structures clearly.
  3. Reduced Complications: Increased accuracy in suturing reduces the risk of leaks.
  4. Minimal Pain & Fast Recovery: Small incisions result in less blood loss and a quicker return to daily life.

Contact Information: Interested individuals can schedule a consultation at the Obesity and Metabolism Clinic, 2nd Floor, Surgery Center,  Krom Phra Srisavangavadhana Building, Chulabhorn Hospital. Line Official: https://lin.ee/GApvtyN