📢 ขอเชิญชวนโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกรางวัล “ศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2564
ขอเชิญชวนโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกรางวัล “ศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2564 รับโล่พระราชทานจาก ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พร้อมเงินรางวัลและประกาศเกียรติคุณ เกณฑ์การคัดเลือก 1.ด้านผลงานทางวิชาการ 2.ด้านการบริการผู้ป่วย/ประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ให้เข้าถึงบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ทั้งการส่งเสริม ป้องกัน ตรวจวินิจฉัยอาการ รักษาและฟื้นฟู 3.ด้านการพัฒนาคุณภาพการบริการ ประเภทรางวัล 1.ระดับโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป 1 รางวัล 2.ระดับโรงพยาบาลชุมชน 1 รางวัล 3.ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 รางวัล ดาวน์โหลดเอกสารการสมัครได้ที่ https://drive.google.com/…/1jl6a4A2xoQ-5p8I5kG…
น้ำพระทัยในภาวะวิกฤตโควิด ๑๙ พระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงพระราชทานพระบรมราโชบายในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาด ในการนี้ ได้พระราชทานทรัพย์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ ตลอดจนถุงยังชีพพระราชทานแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งในส่วนของการพระราชทานทรัพย์ พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ พระราชทานรถทางการแพทย์ พระราชทานถุงยังชีพ และพระราชทานอาหารที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและบุคลกรทางการแพทย์ ทั้งยั้งเป็นแรงสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขให้ทุกฝ่ายร่วมกันผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
อุปกรณ์ที่ต้องมีในบ้านเมื่อต้อง ”กักตัว” 🏠
แอลกอฮอล์ ที่มีเอทานอลเข้มข้นเกิน 70% ถังขยะ ที่มีฝาปิดมิดชิด เป็นถังขยะแบบที่ใช้เท้าเหยียบเปิดฝาถัง หน้ากากอนามัย และ กระดาษทิชชู ปรอทวัดไข้ แยกใช้ของผู้ดูแลใกล้ชิดและของผู้ป่วย
การดูแลตัวเองขณะอยู่บ้านเมื่อติดโควิด ก่อนรอเข้าโรงพยาบาล
แยกห้องนอนและของใช้ แยกตัวเอง การรับประทานอาหาร แยกของใช้ การใช้ห้องสุขา แยกขยะแยกการใช้ห้องน้ำ ข้อควรปฏิบัติสำคัญ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือสบู่และน้ำบ่อย ๆ สวมหน้ากาก และเว้นระยะห่าง1-2 เมตร
ผู้ติดเชื้อ COVID-19 แบบไหนที่สามารถแยกตัวรออยู่บ้านได้
เป็นผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ไม่มีอาการใด ๆ หรือมีอาการเล็กน้อย ผู้ติดเชื้อ อายุไม่เกิน 40 ปี ผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีผู้อยู่ร่วมที่พักอาศัย ไม่เกิน 1 คน ไม่มีภาวะอ้วน ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 25กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัวไม่เกิน90 กก. ไม่มีโรคร่วม ดังต่อไปนี้โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)โรคไตเรื้อรัง (CKD)โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดสมองเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ติดเชื้อยินยอมกักตัวในที่พักของต้นเอง
โครงการ “ระบบเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเมือง”
ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วม โครงการ “ระบบเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเมือง” โดย นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะเเพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทำโครงการ “ระบบเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเมือง”ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้รับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันโรคใกล้ตัว โดยมีเป้าหมายคือ “เราจะลดช่องว่างด้านดิจิทัล เพื่อไม่ทิ้งผู้สูงอายุไว้ข้างหลัง” ดังนั้นหากผู้สูงอายุที่บ้านของท่านไม่มีสมาร์ทโฟน เราขอเชิญชวนให้ทุกท่านเข้า LINE GROUP เพื่อรับข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นประโยชน์ในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว นำไปสู่การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น ท่านสามารถเข้าร่วมไลน์กลุ่มได้ที่: http://line.me/ti/g/PnP8468dJg
แจ้งประชาสัมพันธ์ ด้วยประกาศยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอความร่วมมือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วนและผู้ป่วยที่มีนัดหมาย ขอให้ลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และใช้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกล Tele-Medicine
แจ้งประชาสัมพันธ์ ด้วยประกาศยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขอความร่วมมือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วนและผู้ป่วยที่มีนัดหมาย ขอให้ลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และใช้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกล Tele-Medicine กรณีแพทย์สั่งจ่ายยา มีบริการจัดส่งยาถึงบ้านผ่านทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ สำหรับผู้ป่วยเก่าโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 1. โรงพยาบาลจะโทรติดต่อประสานผู้ป่วยเพื่อให้ท่านได้รับบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม โดยใช้ระบบ Tele-Medicine หาหมอผ่านมือถือ หรือเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลเฉพาะในรายที่จำเป็น 2. ผู้ป่วยเก่าที่มีนัดหมายการตรวจที่โรงพยาบาล ที่ไม่มีอาการเร่งด่วน สามารถติดต่อแจ้งเลื่อนนัดได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุบนบัตรนัดหมายของท่าน สำหรับผู้ป่วยใหม่ 1. ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ส่งประวัติปรึกษาผ่านไลน์ อายุรกรรมโรคมะเร็ง แอดไลน์ได้ที่ >> https://lin.ee/g3flxLO 2. ผู้ป่วยหัวใจและหลอดเลือด นัดหมายและปรึกษาอาการผ่านพยาบาลประสานงานหัวใจตลอด 24 ชม. ที่สายด่วนโรคหัวใจ 06 4205 3970 ประกาศ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดเกล้าฯ ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน เครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 1,000 ถุง มอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อัคคีภัยย่านซอยกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2564 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดเกล้าฯ ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยพลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน เครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 1,000 ถุง มอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อัคคีภัยย่านซอยกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ณ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยมีนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และส่วนงานราชการจังหวัดในพื้นที่ ประสานความร่วมมือช่วยสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติแก่ราษฎรในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดสร้างสถาบันการแพทย์แห่งใหม่ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง และอาคารการเรียนการสอนของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ว่า “ภัทรมหาราชานุสรณ์” อันมีความหมายว่า ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระดำริให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขยายบริการรักษาพยาบาลจากเฉพาะโรคมะเร็งให้ครอบคลุมการรักษาทุกโรค พร้อมทั้งพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ สถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาค ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดสร้างสถาบันการแพทย์แห่งใหม่ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง และอาคารการเรียนการสอนของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 90ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี พ.ศ. 2560 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการแพทย์แห่งนี้เป็นสถานพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่และวิทยาลัยแพทย์ เพื่อพัฒนาค้นคว้าวิจัยสร้างองค์ความรู้ สร้างแพทย์และบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนไทยให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ว่า “ภัทรมหาราชานุสรณ์” อันมีความหมายว่า ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง โดยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ “ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561 มีกำหนดการสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 นี้ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว จึงมีพระดำริจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว จึงมีพระดำริจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเมื่ออาคารโรงพยาบาลแล้วเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” และเสด็จเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชำนาญการด้านโรคมะเร็ง ขนาด 100 เตียง ช่วยเหลือบำบัดดูแลรักษาและบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์เข็ญทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ และทางสังคมของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ต่อมามีการขยายขอบข่ายการรักษาโรคทั่วไป ในพุทธศักราช 2560 ได้พระราชทานนามอาคารโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์” โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
จากพระวิสัยทัศน์ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสร้างภาพในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย ก่อกำเนิดศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ
จากพระวิสัยทัศน์ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสร้างภาพในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย ทรงก่อตั้งศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โดยทรงวางแนวทางการดำเนินงานและทรงติดตามการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง และเสด็จเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เพื่อให้ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างสูงสุด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
” เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” นักวิทยาศาสตร์ต้นแบบ ผู้ทรงทุ่มเทชีวิต ในการศึกษาค้าคว้าวิจัย เพื่อนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศชาติยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพเป็นที่ประจักษ์ในด้านวิทยาศาสตร์ จนได้รับการถวายพระสมัญญานาม “เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ทรงมีผลงานการศึกษาวิจัยเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทรงทุ่มเทชีวิตในการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อนำความรู้ ความสามารถ มาพัฒนาประเทศชาติยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ด้วยทรงฝังพระทัยถึงความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสตามท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศในการเข้าถึงการสาธารณสุข ตลอดจนปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการขาดแคลนแพทย์ และการเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีระดับสากล สานต่อแนวพระราชดำริ ในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ความว่า “ขอให้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในระดับรากหญ้า” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
