สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญไปทอดถวาย ณ วัดประดับ ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมทั้งพุทธศาสนิกชน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมในพิธี
โอกาสนี้ ประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ ศาลาการเปรียญวัดประดับ ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตามลำดับ โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้ร่วมทำบุญถวายจตุปัจจัย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๑๕๗,๐๖๘.๓๕ บาท ซึ่งจะได้นำไปสมทบทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ สมทบทุนจัดสร้างศาลาการเปรียญให้แก่วัด เพื่อเป็นประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนาต่อไปสำหรับประเพณีทำบุญทอดกฐิน ถือเป็นประเพณีที่มีมาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาล การทอดกฐินเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่มีโอกาสทอดกฐินควรตั้งใจถวายด้วยจิตศรัทธา โดยเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ทอดกฐินได้รับความสุขความเจริญในชีวิต ทั้งนี้ในแต่ละปีกำหนดให้มีการจัดพิธีทำบุญทอดกฐินขึ้นภายใน ๑ เดือนหลังจากประเพณีออกพรรษา โดยแต่ละวัดสามารถรับกฐินได้ปีละ ๑ ครั้ง การทอดกฐินนับเป็นกาลทาน ตามพระวินัยกำหนดกาลไว้ คือ ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีทำบุญทอดกฐินอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างช้านาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม เป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนทั้งทางกาย วาจา และใจ ในการร่วมสร้างบุญกุศล สร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม อีกทั้ง ยังเป็นการจรรโลงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญและดำรงคงอยู่อย่างวัฒนาสถาพร สืบไป














