ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว จึงมีพระดำริจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว จึงมีพระดำริจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเมื่ออาคารโรงพยาบาลแล้วเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” และเสด็จเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เพื่อเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชำนาญการด้านโรคมะเร็ง ขนาด 100 เตียง ช่วยเหลือบำบัดดูแลรักษาและบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์เข็ญทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ และทางสังคมของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ต่อมามีการขยายขอบข่ายการรักษาโรคทั่วไป ในพุทธศักราช 2560 ได้พระราชทานนามอาคารโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์” โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
จากพระวิสัยทัศน์ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสร้างภาพในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย ก่อกำเนิดศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ
จากพระวิสัยทัศน์ ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสร้างภาพในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย ทรงก่อตั้งศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โดยทรงวางแนวทางการดำเนินงานและทรงติดตามการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง และเสด็จเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เพื่อให้ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท โรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างสูงสุด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
” เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” นักวิทยาศาสตร์ต้นแบบ ผู้ทรงทุ่มเทชีวิต ในการศึกษาค้าคว้าวิจัย เพื่อนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศชาติยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพเป็นที่ประจักษ์ในด้านวิทยาศาสตร์ จนได้รับการถวายพระสมัญญานาม “เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ทรงมีผลงานการศึกษาวิจัยเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทรงทุ่มเทชีวิตในการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อนำความรู้ ความสามารถ มาพัฒนาประเทศชาติยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ด้วยทรงฝังพระทัยถึงความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสตามท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศในการเข้าถึงการสาธารณสุข ตลอดจนปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการขาดแคลนแพทย์ และการเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีระดับสากล สานต่อแนวพระราชดำริ ในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร ดังพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ความว่า “ขอให้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในระดับรากหญ้า” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงสร้างสรรค์งานศิลป์ สู่เครื่องประดับอัญมณี
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงได้รับเชิญจาก บริษัท แอสปรี ลอนดอน สหราชอาณาจักรให้ร่วมเป็นนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณี ซึ่งการออกแบบเครื่องประดับแต่ละชิ้นเกิดจากการทำภาพร่างกว่าหลายร้อยแบบ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำงานศิลปะด้านงานออกแบบเครื่องประดับ โดยทรงสร้างสรรค์ภาพของดอกไม้นานาพรรณ สร้างสีสัน และจัดองค์ประกอบภาพให้มีความหลากหลาย มีลวดลายและเรื่องราวที่สื่อความหมาย อันลึกซึ้งถึงผู้ใช้มากกว่าการคิดแค่เป็นเครื่องประดับ ทรงมีพระดำรัสถึงงานออกแบบเครื่องประดับ ความตอนหนึ่งว่า “เป็นการสร้างสรรค์ชิ้นงานจากต้นแบบภาพวาด ซึ่งทำให้คิดถึงแนวทางการพัฒนาผลงานศิลปะของตนให้เติบโต หรือปรับเปลี่ยนเป็นงานศิลปะด้วยเทคนิควิธีการอื่น ๆ อีกทั้งได้นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาปรับประยุกต์ใช้เป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเฉพาะตน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าได้นำความรู้ทางความคิดสร้างสรรค์ไปใช้พัฒนาต่อยอดกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่อาจก่อให้เกิดแนวทางการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในสังคมที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
พระอัจฉริยภาพด้านดนตรีใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงสืบทอดพรสวรรค์ด้านดนตรีจากพระบรมชนกนาถ และทรงได้รับการส่งเสริมจากพระราชมารดาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ สามารถทรงดนตรีหลายประเภทได้อย่างเป็นเลิศ อาทิ เปียโน กีตาร์ รวมถึงเครื่องดนตรีกู่เจิงของจีนที่เล่นยากมาก ก็ทรงสามารถบรรเลงกู่เจิงในระดับศิลปินได้ในเวลาไม่นาน เมื่อเจริญพระชันษาได้เพียง 13 พรรษา ทรงเปียโนและทรงแสดงคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกถวายแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร และพระราชทานแก่คณะทูตานุทูต และต่อมาภายหลังโปรดเกล้าฯ ให้มีการใช้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศที่เสด็จเยือน ในพุทธศักราช 2544 ทรงจัดแสดงดนตรีและวัฒนธรรม “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างไทย – จีน รวมถึงหารายได้การกุศลช่วยเหลือสังคมไทยอีกทางหนึ่ง สร้างความประทับใจอย่างยิ่งแก่รัฐบาลจีน จึงทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสถานะ “ทูตวัฒนธรรม” และจัดส่งคณะนักแสดงและนาฏศิลป์เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยสลับการเป็นเจ้าภาพกับประเทศไทย จัดการแสดงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 6 ครั้ง นำมาซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังทรงใช้ดนตรีเป็นสื่อสัมพันธ์เชื่อมความใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ ในการเสด็จทรงงานวิชาการยังต่างประเทศ จะทรงจัดเวลาพระราชทานแก่ชาวไทยไกลบ้านให้ได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ขอเชิญร่วมเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ แห่ง “องค์สิริศิลปิน” สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ผ่านสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพฝีพระหัตถ์ฯ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต”และร่วมถ่ายภาพจากผลงานภาพฝีพระหัตถ์ผ่านเทคโนโลยี AR Filter โดยสามารถกดติดตามได้ทางอินสตาแกรม sirisinlapin
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ แห่ง “องค์สิริศิลปิน” สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เจ้าฟ้าพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ของพระราชวงศ์ไทยที่ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยพระองค์เอง ร่วมถ่ายภาพจากผลงานภาพฝีพระหัตถ์ผ่านเทคโนโลยี AR ให้ประชาชนได้โพสต์รูปหรือสตอรี่แบ่งปันลงบนอินสตาแกรม พร้อมร่วมสนุกกับ AR Filter โดยสามารถกดติดตามได้ทางอินสตาแกรม sirisinlapin พร้อมดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพฝีพระหัตถ์ฯ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต” ได้ที่ https://line.me/S/sticker/15801893 ทุกการดาวน์โหลดร่วมสมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนกับมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03199-9
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงบำเพ็ญพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔
๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๙ นาฬิกา ๕๗ นาที สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทรงบำเพ็ญพระกุศล ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ ทรงศีล พระเทพพัชรญาณมุนี จากสำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประธานสงฆ์ ถวายศีล เจ้าพนักงานศุภรัตอารธนาพระปริตร พระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนที่ครอบทำน้ำพระพุทธมนต์ แล้วพระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะหน้าประธานสงฆ์ แล้วเสด็จไปทรงประเคนครอบทำน้ำพระพุทธมนต์แด่พระเทพพัชรญาณมุนี ประธานสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว เสด็จไปทรงประเคนสำรับภัตตาหารถวายแด่ประธานสงฆ์และพระสงฆ์ตามลำดับ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรทุกหมูเหล่า ด้วยทรงดำเนินรอยตามพระยุคลบาท การสืบสานพระราชปณิธาน ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยตลอดระยะเวลาเกือบ […]
วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔
” เจ้าฟ้ากษัตรา นคราสถิตคง น้อมนำ ธ ดำรง ทนุธรรมไผทไทย ทูล ฯ แก้วจุฬาภรณ์ รุจิจรฤดีไกร ชันษาเจริญชัย อดิศัยศุกลกาล “ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และบุคลากร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ >> www.royaloffice.th
“องค์สิริศิลปิน” ศิลป์เพื่อชีวิต สร้างสุขเพื่อปวงประชา
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในด้านวิทยาศาสตร์อันเป็นที่ประจักษ์ชัด ในขณะเดียวกันยังมีศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ทรงรักและทรงมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ทรงคิดถึง หรือมีโอกาสได้ทรงทำ นั่นคือ การทำงานศิลปะ ทรงเป็นเจ้าฟ้าพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ของพระราชวงศ์ไทยที่ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงมีพระดำริให้นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เพื่อหารายนำไปใช้เป็นทุนทรัพย์ช่วยเหลือประชาชนตามท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล และได้รับความทุกข์ยากจากการเจ็บไข้ได้ป่วย รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดและภัยพิบัติต่างๆ ผ่านการสมทบทุนมูลนิธิในพระดำริอีกด้วย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
แรงบันดาลใจจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี สู่ประติมากรรมขนาดใหญ่สำหรับ จัดแสดงในงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” และงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยนานาชาติ International Thailand Biennale, Korat 2021
“ เราจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เราเข้าไปห้องทรงงานของพ่อเรา แล้วเราก็เอามือละเลงถาดสีประทับบนภาพวาดสีน้ำมันที่พ่อทำอยู่ ท่านไม่ได้รับสั่งอะไร แต่ปล่อยให้เราละเลงทำตามใจอย่างมีความสุข ความประทับใจของงานศิลปะและความสนุกอาจจะเริ่มต้นจากวันนั้น ” ความตอนหนึ่งจากหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “สิริศิลปิน” สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระวินิจฉัยใช้ “เสือ” เป็นสัญลักษณ์หลักในการสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ซึ่ง “เสือ” หมายถึง พระราชาผู้ครองแผ่นดินด้วยพระเมตตา สื่อความหมายถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลพระทัยในการทรงงานของพระองค์เสมอมา ทรงบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยทรงใช้สัญลักษณ์ของวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับจินตนาการจากจิตใต้สำนึกตามบริบทของธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านลายเส้นของสีโคปิค (Copic) เป็นลวดลายของเสือ จากผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี สู่ผลงานประติมากรรม “เสือ” ที่ทรงงานอย่างละเอียดและทรงมีพระวินิจฉัยด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน ถ่ายทอดออกมาเป็นประติมากรรม”เสือ” ขนาดใหญ่ สูง 8 เมตร ปลายเท้าหน้าถึงปลายเท้าหลังมีความกว้าง 1.3 เมตร ปลายเท้าหน้าถึงบั้นท้าย 5.6 เมตร บั้นท้ายถึงปลายหาง 2.9 เมตร รวมความกว้างทั้งหมด […]
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนและแรงงานที่ติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๔ น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จออก ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พระราชทานพระวโรกาสให้ แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายแพทย์สุรินทร์ นัมคณิสรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองสามวา นายแพทย์สมเกียรติ อัศวโรจน์พงษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง พร้อมคณะฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เม็ด เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ชุมชนและผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ต่อไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ที่ทวีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในชุมชนและแรงงานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยารักษาโรคโควิด-๑๙ อาจมีจำนวนไม่เพียงพอ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จึงทรงมีพระวินิจฉัยให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เม็ด เพื่อพระราชทานแก่กรุงเทพมหานคร ในการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ ในเขตหลักสี่ […]
