ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ออกตรวจสุขภาพ พร้อมมอบกระเป๋ายาสามัญประจำบ้านพระราชทาน เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ตำบลสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ออกตรวจสุขภาพ พร้อมมอบกระเป๋ายาสามัญประจำบ้านพระราชทาน เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ตำบลสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์


วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 ณ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ตำบลสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งจัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต คัดกรองตรวจโรคผู้สูงอายุ ห่างไกลโรค เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชันษาครบ 70 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2570 โดยจัดกิจกรรมออกตรวจสุขภาพ คัดกรองตรวจโรคในผู้สูงอายุ พร้อมเชิญกระเป๋ายาสามัญประจำบ้านพระราชทาน จำนวน 300 ชุด มอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธี

การนี้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระเมตตาและห่วงใยประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้น ได้เยี่ยมชมการให้บริการตรวจสุขภาพของหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่

โดยในวันนี้มีผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพรวม 503 ราย กลุ่มโรคที่พบมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ 134 ราย 2.ระบบทางเดินอาหารและขับถ่าย 40 ราย 3.ระบบจักษุ 37 ราย 4.ระบบทางเดินหายใจ 26 ราย 5.ระบบประสาท 18 ราย และจำนวนผู้ป่วยส่งต่อ 36 ราย พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านและมอบกระเป๋ายาพระราชทานแก่ผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 5 ราย

จังหวัดบุรีรัมย์ แบ่งการปกครองออกเป็น 23 อำเภอ ในด้านการแพทย์และการสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์มีโรงพยาบาลศูนย์ จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน จำนวน 21 แห่ง โรงพยาบาลค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จำนวน 1 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 23 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 227 แห่ง และจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชาที่ผ่านมา จังหวัดบุรีรัมย์มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านกรวด, อำเภอละหานทรายและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่ตามแนวชายแดน ที่มีการสู้รบและส่งผลให้ชาวบ้านต้องอพยพ โดยในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด มีประชาชนอพยพย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงทุกตำบล ทั้งนี้ พบว่าผู้อพยพส่วนใหญ่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคในผู้สูงอายุ โดยไม่สามารถไปรับยาตามที่แพทย์นัดหมายได้อย่างต่อเนื่อง และประชาชนในพื้นที่มีอาการของโรควิตกกังวลหรืออาการแพนิก (Panic ) จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและจิตใจ ทั้งนี้ เบื้องต้นได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมทั้งได้รับถุงยังชีพพระราชทาน และถุงยังชีพจากกาชาดจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานอื่น ๆ ให้การช่วยเหลือเยียวยาด้วยแล้ว


การจัดกิจกรรมหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเส้นพรมแดนยาว 798 กิโลเมตร ทั้งนี้ไม่เพียงเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจ ความห่วงใยและความหวังให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นสำคัญ

การได้รับพระเมตตาและความห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างหาที่สุดมิได้