ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายโครงการตามพระดำริและงานส่วนพระองค์ จัดกิจกรรมบรรยายธรรมครั้งที่ ๒ ถวายพระกุศลแด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ โถงชั้น 1 ด้านหน้ามูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยฝ่ายโครงการตามพระดำริและงานส่วนพระองค์ จัดกิจกรรมบรรยายธรรมครั้งที่ ๒ ถวายพระกุศลแด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในหัวข้อ ดูแลคนไข้ ด้วยใจสงบ โดยได้รับความเมตตาจาก พระวิเชียร วชิรธมฺโม วัดบางนาบุญ จังหวัดปทุมธานี เป็นพระธรรมวิทยากร บรรยายธรรมแก่บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และพุทธศาสนิกชนผู้ที่สนใจ โดยมี คุณวัลลภา สังฆโสภณ เป็นประธานในพิธี กิจกรรมจัดขึ้น ณ โถงชั้น 1 ด้านหน้ามูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ธรรมบรรยายครั้งนี้ มีความโดยย่อ คือ การดูแลผู้ป่วยหรือคนไข้ เป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และความอดทนอย่างมาก บางครั้งผู้ดูแลอาจรู้สึกเหนื่อย เครียด หรือกังวลกับอาการของผู้ป่วย จนเกิดความทุกข์ใจตามมา หลักธรรมที่ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีความสุข คือ การมีสติและใจสงบ โดยระลึกอยู่เสมอว่า ทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย ความแก่ และความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของชีวิต ผู้ดูแลควรฝึก เมตตา คือ ปรารถนาให้ผู้ป่วยมีความสุข กรุณา คือ ช่วยเหลือเมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ ขันติ คือ ความอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อยและอุปสรรค สติ คือ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ไม่ปล่อยให้ความเครียดครอบงำ เมื่อพบสถานการณ์ที่น่ากังวล ควรหยุดหายใจลึก ๆ ตั้งสติ และทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ไม่ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะความสงบของผู้ดูแลจะส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยจึงไม่ใช่เพียงการรักษาร่างกาย แต่เป็นการมอบความรัก ความเมตตา และกำลังใจให้แก่กัน เมื่อเราดูแลผู้อื่นด้วยใจที่สงบ ย่อมเกิดบุญกุศลและความสุขทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับ

สำหรับการบรรยายธรรมครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งพันธกิจหลักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการร่วมสืบสาน ส่งเสริมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงามของไทย รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา พร้อมนำมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต