วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๓ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อุปนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จฯ
อนึ่งตามที่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานพระวินิจฉัยในการจัดให้มี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี รางวัลสำหรับบัณฑิตที่มีผลคะแนนเฉลี่ยสูงสุดของแต่ละหลักสูตร โดยในปีการศึกษา ๒๕๖๘ นี้ มีจำนวนบัณฑิตที่ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล จำนวน ๗ คน ประกอบด้วย
๑. นายวรากร มุ่งสิริขจร หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ
๒. นางสาวดาราวลี พลจันทร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
๓. นายปัญญา จันทร์วัติ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น)
๔. นางสาวนนทิวา ชลยุทธ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ)
๕. นางสาวพัทธนันท์ พันธ์ประสงค์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค
๖. นางสาวสาธิดา เณรยอด หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ
๗. นางสาวเบญจวรรณ อินทร์ชำนาญ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ (ต่อเนื่อง)
สำหรับปีการศึกษา ๒๕๖๘ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษารวมจำนวนทั้งหมด ๓๔๒ คน จาก ๓ คณะ ๑๑ หลักสูตร ประกอบด้วย
คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์ จำนวน ๑๒ คน สาขาวิชาสุขภาพดิจิทัล จำนวน ๒ คน และสาขาวิชาตจวิทยา จำนวน ๓ คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ จำนวน ๓๘ คน
คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จำนวน ๘๑ คน หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ) จำนวน ๑๕ คน และหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต (สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น) จำนวน ๗๘ คน
คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัทภาพการแพทย์ จำนวน ๒ คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค จำนวน ๖๙ คน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ จำนวน ๑๓ คน และสาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ (ต่อเนื่อง) จำนวน ๒๙ คน
โอกาสนี้ พระราชทานพระโอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ความว่า
“ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2568 ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชม กับบัณฑิตทุกคน ที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมาย และมีความสำคัญเพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะ ว่าบัณฑิตเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรบัณฑิตทุกคนเมื่อได้รับปริญญาแล้ว จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการนำความรู้ความสามารถ ดังกล่าวนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ กล่าวคือ จะต้องให้ชีวิตและกิจการงานของตน มีความเจริญมั่นคงและในขณะเดียวกัน ก็ต้องเสริมสร้างความก้าวหน้ายั่งยืนให้แก่สังคมและชาติบ้านเมืองด้วย ในการนี้ บัณฑิตจำเป็นต้องอาศัยความมั่นคงทางจิตใจหลายประการ เป็นต้นว่า ความตั้งใจอันแน่วแน่ความอดทนเข้มแข็ง ความอุตสาหะพากเพียรและความมีสติควบคุมความคิด และการกระทำให้ถูกต้องเหมาะสม จึงขอให้บัณฑิตทุกคนหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง ให้เป็นผู้มีคุณสมบัติพร้อมในทางความคิดจิตใจ และความประพฤติปฏิบัติให้สมกับที่เป็นผู้มีวิทยฐานะอันสูง จะได้สามารถนำพาตนเองและชาติบ้านเมือง ไปสู่ความเจริญรุ่งโรจน์ได้อย่างแท้จริงในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้บัณฑิตทุกคนมีความก้าวหน้ารุ่งเรืองทั้งในหน้าที่การงานและการครองชีวิตทั้งขอให้ทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ มีความผาสุกสวัสดีทั่วกัน”
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ จัดตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ จากพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระปณิธานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยที่มุ่งสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลนและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมไทยและนานาชาติ ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี บูรณาการงานวิจัยและบริการวิชาการผสมผสานอยู่ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ของบัณฑิตในทุกมิติที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมทั้งเป็นสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพด้วยมาตรฐานสากลแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำวิทยาการขั้นสูงและนวัตกรรมไปใช้ในการดูแลประชาชนให้สามารถเข้าถึงสุขภาวะที่ดี ภายใต้ปรัชญาเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และครอบครัว ตลอดจนคณาจารย์ แพทย์ พยาบาลและบุคลากรของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์























